อาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส สถาปัตยกรรมแบบกอทิก

อาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส ประวัติและความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้

สวัสดีค่ะทุกท่าน กลับมาพบกันอีกเช่นเคยนะคะ วันนี้แอดมินก็มีงานสถาปัตยกรรมที่มีความงดงามมาก ๆ มาฝากให้ทุกท่าน ได้รู้จักกันค่ะ กับสถานที่แห่งนี้ ที่มาจากกรุงปารีสนะคะ เป็นอาสนวิหารประจำอัครมุขมณฑลปารีส ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงปารีส จากทางประเทศฝรั่งเศส คำว่า Notre Dame แปลว่า แม่พระ ซึ่งเป็นคำที่ชาวคาทอลิก ใช้เรียกพระนางมารีย์พรหมจารี

ปัจจุบันอาสนวิหารก็ยังใช้เป็น โบสถ์โรมันคาทอลิก และเป็นที่ตั้งคาเทดราของอาร์ชบิชอปแห่งปารีส และที่แห่งนี้ก็ถือกันว่าเป็นโบสถ์ที่สวยงามที่สุด ในลักษณะกอทิกแบบฝรั่งเศส โบสถ์นี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยเออแฌน วียอแล-เลอ-ดุก ผู้เป็นสถาปนิกคนสำคัญที่สุด คนหนึ่งของฝรั่งเศส

การก่อสร้างในลักษณะนี้นะคะ นับเป็นอาสนวิหารแรกที่สร้างในลักษณะนี้ และการก่อสร้างก็ทำต่อเนื่องมาตลอดสมัยนั้น ซึ่งตัวงานประติมากรรม และหน้าต่างประดับกระจกสี ที่มีอิทธิพลจากศิลปะแบบแนทเชอราลลิสม์ ทำให้แตกต่างจากศิลปะโรมาเนสก์ที่สร้างก่อนหน้านั้น ที่แห่งนี้ยังเป็นหนึ่งในบรรดาสิ่งก่อสร้างแรกที่ใช้ ครีบยันลอย ตามแบบเดิมไม่ได้บ่งถึงกำแพงค้ำยัน

เมื่อเริ่มสร้างกำแพงโบสถ์สูงขึ้นกำแพง ก็เริ่มร้าวเพราะน้ำหนักของสิ่งก่อสร้าง เพราะสถาปนิกสมัยนั้น จะเน้นการสร้างสิ่งก่อสร้างที่สูง บาง และโปร่ง เมื่อสร้างสูงขึ้นไป กำแพงก็ไม่สามารถรับน้ำหนัก และความกดดันของกำแพง และหลังคาได้ทำให้กำแพงโก่งออกไปและร้าว สถาปนิกจึงใช้วิธีแก้ด้วยการเติมกำแพงค้ำยัน ที่กางออกไปคล้ายปีกนก ด้านนอกตัววัด

เพื่อให้กำแพงค้ำยันนี้ หนุนหรือค้ำกำแพงตัวโบสถ์เอาไว้ เมื่อทำไปแล้วนอกจากจะมีประโยชน์ ทางการใช้สอยแล้วยัง กลายเป็นเครื่องตกแต่ง ที่ทำให้สิ่งก่อสร้างความสวยงามขึ้น ฉะนั้นวิธีแก้ปัญหานี้ จึงกลายเป็นเอกลักษณ์ส่วนหนึ่ง ของโบสถ์ที่สร้างในลักษณะนี้ไปในตัว

เหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดเพลิงไหม้ของสถานที่ อาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส แห่งนี้

ในปี ค.ศ. 1793 ระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส โบสถ์ก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ประติมากรรมและศิลปะทางศาสนาถูกทำลายไปมาก อาสนวิหารได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ ครั้งใหญ่ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 19 จนมีสภาพเหมือนก่อนหน้าที่ถูกทำลาย ต่อมาเมื่อวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 2019 เกิดเหตุเพลิงไหม้ สร้างความเสียหายอย่างหนัก โดยไฟได้โหมไหม้ตรงด้านบน

ซึ่งเป็นสาเหตุเพลิงไหม้ คาดว่าเกิดมาจากการบูรณะวิหารตั้งแต่ปี ค.ศ. 2018 จนถึงปัจจุบัน จนบริเวณยอดแหลมได้พังลง กระจกสีเกี่ยวกับเรื่องราวของ พระเยซูและคริสต์ประวัติได้รับความเสียหาย งานศิลปะบางส่วน ก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน เหลือทิ้งไว้เพียงโครงเหล็ก และคาดการณ์ว่าไฟอาจจะลามมาจากทางฝั่งตะวันตกได้ โดยทางโฆษกได้ระบุไว้ว่า โครงสร้างทั้งหมดกำลังไหม้ และจะไม่มีอะไรเหลือ

วันที่ 16 เมษายน ค.ศ. 2019 หลังจากการระดมกำลังร่วมกัน ดับไฟที่โหมกระหน่ำอยู่ภายในอาสนวิหาร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว โดยสามารถรักษา โครงสร้างหลักเอาไว้ได้ ซึ่งกางเขนและแท่นมิซซาที่อยู่ภายใน ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อขณะลงพื้นที่ ตรวจสอบความเสียหายว่า จะบูรณะให้กลับมามีสภาพดังเดิม โดยอาจจะต้องอาศัยความร่วมมือจากนานาชาติ และจะจัดตั้งกองทุนระดมเงินสำหรับการบูรณะในครั้งนี้ พร้อมทั้งขอบคุณเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทุกนายที่ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งงานศิลปะ ที่น่าสนใจมาก ๆ กับงานสถาปัตยกรรม ที่น่าสนใจมาก ๆ กับสถานที่แห่งนี้ ที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน และถึงแม้ว่าจะมีอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง แต่ทางประเทศก็สามารถที่จะ ทำให้สถานที่แห่งนี้โด่งดัง และเป็นที่รู้จักได้อย่างดีเยี่ยม

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

อ่านเพิ่มเติม วรรณกรรม พลังพลิกชีวิตของกิจวัตรยามเย็น

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

เครดิต เว็บตรงไม่มีขั้นต่ำ