อาสนวิหารแคนเทอร์เบอรี สถาปัตยกรรมแบบกอทิก

ประวัติความเป็นมาของสถานที่ อาสนวิหารแคนเทอร์เบอรี แห่งนี้

สวัสดีค่ะทุกท่าน กลับมาพบกันอีกเช่นเคยนะคะ วันนี้แอดมินก็มีตึกที่มีสไตล์ ที่โดดเด่น และมีชื่อเสียงที่โด่งดังมาก ๆ มาให้ทุกท่านนั้นได้รู้จักกันนะคะ กับที่แห่งนี้เลย ที่มีชื่อว่า อาสนวิหารแคนเทอร์เบอรี ซึ่งที่นี่นั้น เป็นอาสนวิหารแองกลิคัน ตั้งอยู่ที่เมืองแคนเทอร์เบอรี ในสหราชอาณาจักร

เป็นโบสถ์ประจำตำแหน่งอาร์ชบิชอป แห่งแคนเทอร์เบอรี ซึ่งเป็นผู้นำคริสตจักรแห่งอังกฤษ และผู้นำเชิงสัญลักษณ์ ของแองกลิคันคอมมิวเนียน และเป็นที่ตั้งอาสนะ ของนักบุญออกัสติน

( Chair of St. Augustine ) ชื่อที่เรียกกันเป็นทางการของ อาสนวิหารแีห่งนี้นั้นก็คือ อาสนวิหารและคริสตจักรมหานครของพระคริสต์ เมืองแคนเทอร์เบอร์รี ( Cathedral and Metropolitical Church of Christ at Canterbury ) นั่นเองค่ะ

บิชอปองค์แรกของอาสนวิหารแห่งนี้ คือนักบุญออกัสติน ที่เคยเป็นอธิการอาราม นักบุญอันดรูว์ของคณะออกัสติเนียนที่กรุงโรม สมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรีที่ 1 ทรงส่งนักบุญออกกกัสตินไปทำการประกาศข่าวดีที่อังกฤษเมื่อปี ค.ศ. 597

ในบันทึก ได้บันทึกไว้ว่า นักบุญบีด ( Bede the Venerable ) กล่าวไว้ในจดหมายเหตุ ประวัติศาสตร์คริสตจักรของชาวอังกฤษ ( The Ecclesiastical History of the English People ) ว่านักบุญออกัสติน เป็นผู้ก่อตั้งอาสนวิหารแห่งนี้ และท่านเป็นบิชอปองค์แรก ของอาสนวิหารนั้น การสำรวจทางโบราณคดี เมื่อปีค.ศ. 1993

พบร่องรอยของโบสถ์ แบบแซกซันใต้ฐานโบสถ์ ซึ่งสร้างทับสิ่งก่อสร้างแบบโรมัน โบสถ์แรกอุทิศให้กับนักบุญเซเวียร์ ( St. Saviour )

นอกจากนั้นนักบุญออกัสติน ยังควบคุมการก่อสร้างอาราม นักบุญเปโตรและเปาโล ( Abbey of St. Peter and Paul ) นอกกำแพงเมืองแคนเทอร์เบอรีด้วย ต่อมาอารามนี้เปลี่ยนมาอุทิศให้กับตัวนักบุญออกัสตินเอง และใช้เป็นสถานที่ฝังบิชอปมาเป็นเวลาหลายร้อยปี และเพราะความสำคัญของอาสนวิหารแห่งนี้ ทำให้อาสนวิหารนี้ได้รับเลือก โดยองค์การยูเนสโก ให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

อาสนวิหารแคนเทอร์เบอรี ความสำคัญของสถาปัตยกรรมแห่งนี้

ซึ่งที่แห่งนี้ เป็นลักษณะของความรุ่งเรือง ในช่วงกลางสมัยกลางถึงปลายสมัยกลาง โดยวิวัฒนาการมาจากโรมาเนสก์และตามด้วย ในยุคสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 12 ถึง 16 โดยเริ่มขึ้นในประเทศฝรั่งเศส ก่อนที่จะเผยแพร่ไปยังประเทศอังกฤษ และต่อไปยังทวีปยุโรปโดยทั่วไป

ซึ่งได้เริ่มขึ้นในฝรั่งเศส ในคริสต์ศตวรรษที่ 12 และรุ่งเรืองต่อมาจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ในระยะแรก ทรงแบบนี้เรียกกันว่า แบบฝรั่งเศส ( Opus Francigenum ) คำว่า กอทิก นั้นก็มาเริ่มใช้กันในตอนปลายยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ในทางที่เป็นการหมิ่น ซึ่งลักษณะเด่นของศิลปะแบบนี้ ซึ่งเรานั้น จะเป็นที่รู้จักกันดี คือการใช้โค้งแหลม เพดานสัน และ ค้ำยันแบบปีก

สถาปัตยกรรมที่นิยมใช้ในการสร้างอาสนวิหาร แอบบี และคริสต์ศาสนสถานอื่น ๆ ของยุโรป นอกจากนั้นก็ยังใช้ในกาสร้างปราสาท, วัง, ตึก, เทศบาล, เมือง, มหาวิทยาลัย และบางครั้งก็สำหรับที่อยู่อาศัยแต่ก็ไม่มากนัก ซึ่งในลักษณะนี้ ที่ใช้ในการก่อสร้างโบสถ์และอาสนวิหาร และในสิ่งก่อสร้างบางสิ่งของฆราวาส ที่เป็นการแสดง ลักษณะการก่อสร้างอันมีพลัง ลักษณะรูปทรงของสิ่งก่อสร้างที่เป็นลักษณะ ที่ก่อให้เกิดความสะเทือนทางอารมณ์ ซึ่งทำให้เป็นสิ่งที่เป็นที่นิยมใช้ในการก่อสร้างทางศาสนา และสิ่งก่อสร้างหลายแห่งก็มีคุณค่าสูงพอที่จะได้รับการมอบฐานะให้เป็นมรดกโลกอีกด้วยค่ะ

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งงานศิลปะ ที่สวยงามและทรงคุณค่ามาก ๆ ที่จะทำให้เรานั้น ได้เห็นถึงการพัฒนางานศิลปะ ให้ดีและมีประวัติศาสตร์ ที่น่าสนใจมาก ๆ ให้เราติดตามอีกที่หนึ่งอีกด้วยค่ะ

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

อ่านเพิ่มเติม วรรณกรรม ความสุขของกะทิ

เครดิต คาสิโนเล่นง่ายได้เงินจริง