เมอร์ไลออน สถาปัตยกรรมที่เป็นสัญลักษณ์ของสิงคโปร์

เมอร์ไลออน ประวัติความเป็นมาของผลงาน

              สวัสดีค่ะทุกท่าน วันนี้แอดมินก็มี ผลงานดีๆ ของฝั่งอาเซียนบ้านเรา  อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนั่นก็คือสิงคโปร์นั่นเองค่ะ  ซึ่งเป็นงานประติมากรรม ที่เรียกได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คของที่นี่เลยก็ว่าได้  และก็ยังมีอีกชื่อหนึ่งที่แปลได้ว่า สิงโตทะเล เพราะรูปร่างมีหัวเป็นสิงโต และก็มีร่างเป็นปลา ที่ได้ตั้งอยู่บนยอดแม่น้ำ เปรียบเสมือนยอดคลื่น ของสิงโตทะเลนั่นเองค่ะ

โดยแรกเริ่มเดิมที่นั่น สร้างเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของคณะกรรมการ การท่องเที่ยว ของประเทศ ที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2507  สร้างโดยนายฟราเซอร์ บรูนเนอร์ หนึ่งในสมาชิกกรรมการฝ่ายของที่ระลึก และยังเป็นผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแวนคลีฟอีกด้วยค่ะ

และที่ได้สร้างเป็นสิงโตทะเลนั้น ก็ตามที่บันทึกของชาวมาเลเซียเลยนะคะ วาห่างปลานั้น เป็นสัญลักษณ์ของเมืองโบราณ ที่ชื่อว่า เทมาเส็ก ที่ภาษาญี่ปุ่นแปลว่าทะเล เพราะในอดีตประเทศแห่งนี้ก็ถือว่าเป็นเกาะเล็กๆ ที่ ยังไม่ได้พัฒนามาจนถึงวันนี้ อดีตนั้นก็เป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงที่อยู่ติดก็ติดชายฝั่งเพียงเท่านั้น

จึงได้มาเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ที่เป็นเมืองของติดฝั่งทะเล เมืองของชาวประมง ที่ในปัจจุบันนี้ ก็เป็นเมืองที่มีความเติบโตทางด้านอุตสาหกรรม  ด้านเทคโนโลยี ด้านการศึกษา และมีค่าครองชีพสูง ติดอันดับต้นๆของโลก และที่สำคัญค่าแรงก็สูงมากเช่นกันค่ะ

และงานชิ้นนี้ ก็ได้รับการจดทะเบียน ให้เป็นเครื่องหมายการค้าของคณะกรรมการการท่องเที่ยว ในช่วง 20  กรกฎาคม 2509 ซึ่งจะเป็นรูปสิงโตทะเลสองตัว เป็นสิงโตทะเลตัวแม่ มีขนาดสูง 8.6 เมตร หนัก 70 ตัน  ที่สร้างขึ้นมาจากซีเมนต์  และตัวที่สองนั้นก็จะมีขนาดที่เล็กกว่า มีขนาดสูง 2 เมตร หนัก 3 ตัน  และทั้งสองตัวนั้นก็ได้ถูกสร้างด้วยลิมนางเส็ง ช่างฝีมือเนี๊ยบ นั่นเองค่ะ 

ซึ่งผลงานชิ้นนี้นั้นผิวก็ทำมาจากลายคราม แววตาก็ได้ทำมาจากชาสีแดงที่มีขนาดเล็ก ก็ทำให้สีนั้นตัดกันยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเวลาที่พระอาทิตย์กำลังตกดิน และบรรยากาศ เมื่อบวกกับสีท้องฟ้าที่มีสีพาสเทล ก็ยิ่งทำให้ผลงานชิ้นนี้ดูสวยงามและเป็นที่รู้จักของทั่วโลกมากขึ้น

แลนด์มาร์คของสิงคโปร์

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

แนะนำวิธีการเดินทางไป เมอร์ไลออน

             ในส่วนของการเดินทางที่ดีนั้น สามารถเดินทางได้หลากหลายมากเลยค่ะและบอกเลยว่าทุกท่านไม่งงแน่นอนกับการเดินทาง เนื่องจากเป็นสถานที่ที่เป็นแลนด์มาร์ก จึงตั้งอยู่บริเวณกลางเมือง และที่สำคัญ ก็ถูกล้อมรอบไปด้วยตึก และยังตั้งอยู่ในบริเวณ อ่าวมารีน่าเบย์ ที่อยู่ติดกับอาคารโรงแรมฟูเลอตัน สามารถเดินทางได้ด้วยแท็กซี่ รถโดยสารประจำทาง

สามารถมาทางตึกอารีน่า ได้เลยค่ะ เพราะเดินมาไม่ไกลก็สามารถท่องเที่ยวได้ทั่วเลยค่ะ และที่สำคัญยังเป็นทำเลที่ดีถ้าหากต้องการถ่ายรูปพร้อมแลนด์มาร์ค เพราะจะมีทั้งท่าเรือมีสถานที่สำคัญ และมีทัศนียภาพที่สวยงามของท้องฟ้าตัดกัน ทำให้ที่นี่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาหลักล้านคนต่อปีเลยด้วยนะคะ

                 ก็เป็นอีกหนึ่งเมืองที่สามารถนำศิลปะ มาก่อให้เกิดประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว ได้อย่างชาญฉลาดมากๆ นอกจากจะมีความสวยงามและมีเรื่องราวที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์แล้ว ก็ยังช่วยสร้างเม็ดเงินให้ประเทศชาติได้เป็นจำนวนมาก และที่สำคัญยังไม่ได้ทำให้ศิลปะนั้นจางหายไปตามกาลเวลาอีกด้วยค่ะ

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เสียงขลุ่ยทิพย์ ประติมากรรมมาสเตอร์พีซ ของ เขียน ยิ้มศิริ

เครดิต dariomilanophotography.com