ความสุขของกะทิ นิยายที่ทำให้คุณเพิ่มพลังบวกในการใช้ชีวิตมากขึ้น

ความสุขของกะทิ นิยายวรรณกรรมที่ได้รับรางวัลซีไรซ์

สวัสดีค่ะทุกท่าน ช่วงใกล้หยุดยาวนี้ มีแพลนจะไปพักผ่อนที่ไหนกันบ้างคะ วันนี้แอดมินมีวรรณกรรมดีๆ ที่จะฮีลใจของเรามาแนะนำค่ะ ทุกคนคงเคยได้ยิน และรู้จักหนังสือเล่มนี้เพราะโด่งดังและได้รับรางวัลซีไรซ์ ในด้านวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนในปีพุทธศักราช 2549ซึ่งเป็นผลงานของคุณงามพรรณเวชชาชีวะเป็นที่รู้กันดีนะคะว่ารางวัลนี้ต้องเป็นนักเขียนที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกจากตัวละครในหนังสืออกมาได้ดีมาก ๆ และได้รับผลตอบรับดีมากๆค่ะตีพิมพ์ถึง ครั้ง และในปีพุทธศักราช 2552 ยังนำไปถูกสร้างเป็นภาพยนตร์เอาใจสายหนังสือและคนทั่วไปกระชับตัดตอนให้เหลือแต่ตอนที่สำคัญๆ เข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น แต่ไม่มีขาดตกบกพร่องเลยค่ะและแน่นอนเช่นกันว่าได้ผลตอบรับที่ดี เป็นไปตามที่คาดหวังเลยค่ะ ซึ่งในชื่อเรื่องนั้นก็เป็นชื่อเดียวกับหนังสืออีกด้วยค่ะ

ความสุขของกะทิ

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

ความสุขของกะทิ เรื่องย่อที่ทุกคนต้องรู้

เป็นการเล่าเรื่องราวของน้องกะทิเด็กหญิงวัย 9ขวบที่กำลังจะต้องสูญเสียคุณแม่ซึ่งป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงและแม่ของกะทิ รู้ตัวดีว่าไม่สามารถเลี้ยงดูกะทิได้จึงฝากกะทิให้ตากับยายเลี้ยงให้กะทิเติบโตมาด้วยความรักของตาและยายที่เป็นความรักที่อบอุ่นมีความใจดีเมตตาแบบที่แม่เคยได้สัมผัส มีชีวิตอย่างสุขสบายที่บ้านริมคลองอันแสนอบอุ่น คุณตาของเธอเป็นทนายความ ที่มีความสามารถและเป็นคนอารมณ์ดี

ทำให้กะทิและยายยิ้มและหัวเราะบ่อยๆครอบครัวของกะทิเป็นคนชนชั้นกลางที่ได้ย้ายจากเมืองหลวงมาอยู่ต่างจังหวัดใช้ชีวิตเรียบง่าย ซึ่งไม่ได้ผิดแปลกจากชาวบ้านในละแวกนั้นเลยวันหนึ่งกะทิฝันร้ายฝันว่าแม่ไม่สบายแล้วความฝันนั้นก็เป็นจริงขึ้นมาและทำให้เธอต้องกลับกรุงเทพโดยเพื่อนของคุณแม่พาไปที่คอนโดของแม่ทำให้รู้ว่าพ่อและแม่ของกะทิพบรักกันตอนอยู่อังกฤษและแต่งงานกันแต่เมื่อภาระการทำงาน ทำให้ทั้งคู่ต้องแยกกันอยู่ และแม่ก็ได้รู้ว่าพ่อแอบคุยกับแฟนเก่าจึงได้ตัดสินใจกลับกรุงเทพโดยตั้งท้องกะทิอยู่ ตอนที่แม่ป่วย ยังลังเลว่าจะพากะทิกลับไปหาพ่อหรือไม่แต่ท้ายสุดแล้วกะทิจึงได้อยู่กับตายาย และทำให้โลกใบใหม่ของกะทิได้เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ซึ่งผู้แต่งจะเล่าเป็นตอน ในแต่ละตอนว่าการที่เด็กอายุ9ขวบต้องผ่านปัญหาที่ยากลำบากซึ่งบางปัญหา ยังยากสำหรับผู้ใหญ่มาก ๆ เลยค่ะ แต่กะทิผ่านมาได้อย่างดีเลย เพราะพื้นฐานจากความรักของแม่ ความรักของคุณตาคุณยาย และพี่ทองพี่ชายข้างบ้านที่ต่างจังหวัดที่ช่วยให้กะทิ ผ่านเรื่องราวต่างๆ และมองโลกอย่างสัจธรรมมากขึ้นและด้วยนิสัยของกะทิที่เข้มแข็งและเผชิญทุกปัญหาและตั้งรับมันได้ดีทำให้เธอได้เข้าใจว่าความรักมันมีหลายรูปแบบความสุขของคนรอบข้าง ก็เป็นความสุขของเราด้วยเช่นกันทิ้งอดีตเอาไว้เป็นเพียงแค่เงาชีวิตคนเราไม่แน่นอนหากอยากทำอะไรให้รีบทำ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับวรรณกรรมที่แอดมินนำมาฝากกันให้ข้อคิดมากมายจริง ๆค่ะ ท้ายที่สุดนี้ ก็อยากเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังเจอเรื่องแย่ ๆ มานะคะ ถึงจะเจ็บช้ำเพียงไร สุดท้ายแล้ว เราจะผ่านพ้นมันไป และเรื่องในวันนั้น จะเป้นเพียงแค่เสี้ยววินาทีของชีวิตเราเพียงเท่านั้น มันไม่สามารถกำหนดอะไรชีวิตเราได้ มีแต่เราที่กำหนดเอง หากเรามีทุกข์ แน่นอนว่ามันมาคู่กับสุขเสมอค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกท่าน ผ่านเรื่องราวร้าย ๆ ไปด้วยดีค่ะ

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ หอเอน เมืองปิซา สถาปัตยกรรมท้าท้ายกฏฟิสิกส์

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

เครดิต warnadunia.net

o o o o o o o o o o o

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *