พระพุทธชินราช ประติมากรรมในไทยที่โด่งดังมาก

พระพุทธชินราช ประวัติความเป็นมาของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร

ประเทศไทย นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ และในหน้าที่ของพุทธศาสนิกชนนั้นคือการเข้าวัด ทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรมและด้วยความที่เข้าวัดเพื่อกราบไหว้สักการะเป็นประจำทำให้เห็นถึงความงดงามของงานประติมากรรมแต่ละวัดที่ได้ไปกราบไหว้ซึ่งในแต่ละวัด แต่ละภูมิภาคก็มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไปและในจังหวัดพิษณุโลกนี้ ที่ใคร ๆต่างรู้จักวัดแห่งนี้ที่เป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง ของจังหวัดพิษณุโลกเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือที่เรียกกันว่า วัดใหญ่นั่นเองค่ะ ซึ่งวันนี้ แอดมินมีข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวัดมาให้ทุก ๆ คนได้ศึกษากันด้วยค่ะ  

ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1900ในรัชกาลพระมหาธรรมราชาที่ 1(พญาลิไท)เป็นวัดหลวงตั้งแต่รัชกาลที่ 6 เมื่อ พ.ศ.2458 ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านทางฝั่งตะวันออก เป็นวัดที่ประดิษฐานของพระศรีศาสดา พระพุทธชินสีห์ และพระพุทธชินราชอันเลื่องชื่อที่ประดิษฐานเป็นพระประธานองค์ใหญ่ ชาวบ้านทั่วไปจะขานนามว่า“หลวงพ่อใหญ่”เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยมีขนาดหน้าตักกว้าง 5ศอก 1คืบ 5นิ้ว (2.875 เมตร) สูง 7ศอก(3.5เมตร)หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ขัดเงาเกลี้ยงตั้งประดิษฐานอยู่ ณ

พระวิหารทางทิศตะวันตกของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารองค์พระนั่งขัดสมาธิอยู่บนฐานชุกชีบัวคว่ำบัวหงาย พระพักตร์หันไปทางทิศตะวันตก(ด้านริมน้ำน่าน)พระเกศ(ผม)มีลักษณะยาวเป็นเปลวเพลิงวงพระพักตร์(ใบหน้า)ค่อนข้างกลมไม่ยาวรีเหมือนผลมะตูมดังเช่นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยองค์อื่นๆ พระขนง (คิ้ว)โก่งเส้นรอบนอกพระวรกายอ่อนช้อยมีสังฆาฏิ(ผ้าคลุมกันหนาวที่ใช้ทาบบนจีวร) ยาว ปลายหยักเป็นเขี้ยวตะขาบ นิ้วพระหัตถ์(นิ้วมือ)ทั้งสี่ยาวเสมอกัน ฝ่าพระบาท(ฝ่าเท้า)แบนราบและค่อนข้างแคบ เมื่อเทียบกับพระพุทธรูปองค์อื่นในยุคสุโขทัย ส้นพระบาท (ส้นเท้า) ยาว มีรูปอาฬวกยักษ์และรูปท้าวเวสสุวรรณหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์เฝ้าอยู่ ที่พระเพลา (ตัก) ทั้งเบื้องขวาและซ้ายขององค์ (ตัว) ตามลำดับ และด้วยลักษณะโดดเด่นนี้ ทำให้หลาย ๆ คน ต่างสนใจในความงดงามพระพุทธรูปชิ้นนี้ค่ะ

พระพุทธชินราช

พระพุทธชินราช เหตุใดจึงนำพระพุทธชินราชไว้ที่วัดแห่งนี้

ก่อนจะมาเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองชาวพิษณุโลกนั้นนับตั้งแต่ได้ปรากฏหลักฐานทางโบราณคดีเมื่อสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (พญาลิไท)พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรสุโขทัยราชวงศ์พระร่วงลำดับที่ 6โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อพุทธศักราช 1900ตามพงศาวดารเหนือได้กล่าวเรื่องการสร้างพระพุทธชินราชพระพุทธชินสีห์และพระศรีศาสดามีใจความว่าเมื่อพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎกได้โปรดให้สร้างเมืองพิษณุโลกเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ตรัสให้สร้างวัดพระรัตนมหาธาตุที่มีพระมหาธาตุรูปปรางค์สูง 8วาและพระวิหารทิศกับระเบียงรอบพระมหาธาตุทั้ง 4 ทิศ โดยโปรดให้ช่างชาวเชลียง(สวรรคโลก)เชียงแสนและหริภุญชัยร่วมมือกันสร้างพระพุทธรูป หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ 3 องค์ สำหรับประดิษฐานในพระวิหารทิศโดยได้เริ่มทำพิธีเททองหล่อเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 15ค่ำ เดือน 4ปีเถาะ พ.ศ.1498 แต่เมื่อกะเทาะหุ่นออกแล้วทองแล่นติดเป็นองค์พระบริบูรณ์เพียง 2องค์คือพระพุทธชินสีห์และพระศรีศาสดาและทองแล่นติดองค์พระได้ไม่สมบูรณ์

จึงต้องทำพิธีหล่อทองในเวลาต่อมาอีก 3 ครั้งแต่ก็ยังไม่สำเร็จโดยในครั้งหลังสุดพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎกจึงได้ตั้งสัจจาธิษฐานแล้วทำพิธีเททองหล่ออีกครั้งเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 8ค่ำเดือ 6 ปีมะเส็งพ.ศ.1500จึงได้สำเร็จเป็นองค์พระที่สมบูรณ์และในตอนนั้นเอง ก็มีชีปะขาวจากหนใดไม่มีใครทราบได้ปรากฏตัวขึ้นมาช่วยเทเทองหล่อนี้ให้สำเร็จลุล่วงพร้อมกับทำสัญลักษณ์ตรีศูลไว้ที่พระพักตร์ และเมื่อเสร็จพิธีหล่อพระแล้วชีปะขาวผู้นั้นก็ออกเดินทางไปทางเหนือของเมืองพอถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่งก็ได้อันตรธานหายตัวไปไม่มีผู้ใดพบเห็นอีก ด้วยเหตุนี้เองชาวบ้านจึงเข้าใจกันว่าชีปะขาวผู้นั้ คือท้าวสักกะเทวราช(พระอินทร์)นฤมิตตนลงมาช่วยหล่อให้สำเร็จ ให้พระพุทธรูปนั้นสมบูรณ์แบบและก็งดงามอย่างไร้ที่ตินั่นเองค่ะ(จากตำนานพงศาวดารเหนือ)และนอกจากนั้นยังเป็นต้นแบบของพระพุทธรูปจากหลากหลายที่อีกด้วยนะคะ และเชื่อมั้ยคะว่า มีหลายครั้งที่เจ้าเมืองอื่นอยากยกไปไว้ที่บ้านเกิดตนแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ถึงจะเกณฑ์คนมามากเท่าไหร่ก็ตาม ไม่อาจทราบได้ว่าเพราะความหนักหรือชีปะขาวผู้นั้นที่ทำให้พระพุทธรูปนี้อยู่คู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลกนะคะพอยกไม่ได้แน่นอนว่าเกิดการเลื่อมใสและมาซึ่งเกิดการหล่ออีกหลายครั้งแต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่เหมือนกับที่วัดแห่งนี้เลยค่ะ ทำให้มีผู้คนจากทุกสารทิศ มากราบไหว้กัน มานมัสการขอพรมากมายด้วยความเคารพเลื่อมใสของพระองค์และนี่ก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า มีความศักด์สิทธิ์มากเพียงใดค่ะ

นอกจากความสวยงามที่เป็นต้นแบบของพระพุทธรูปหลายต่อหลายวัดแล้ว ยังมีที่มาที่ไปและประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่า และควรค่าแก่การศึกษามาก หากใครว่าง ๆ หรือขับรถผ่าน แอดมินแนะนำให้ลองแวะไปสักการะนะคะ ร่มเย็นมาก ๆ สบายใจที่ได้ไปด้วยค่ะ ยังไงก็ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพด้วยนะคะ

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ หอเอน เมืองปิซา สถาปัตยกรรมท้าท้ายกฏฟิสิกส์

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

เครดิต warnadunia.net

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o