หอไอเฟล งานสถาปัตยกรรมโครงเหล็ก ที่ใคร ๆ ก็อยากไป

หอไอเฟล ประวัติความเป็นมาที่คาบเกี่ยวช่วงเปลี่ยนผ่านของศิลปะ

ปารีส นอกจากจะขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองน้ำหอมแล้ว ยังขึ้นชื่อถึงเรื่องแฟชั่นที่ล้ำหน้า เรียกได้ว่า หากมาที่นี่ คุณจะได้สัมผัส และเจอผู้คนแต่งตัวไม่ซ้ำใคร เป็นตัวของตัวเองกันสุด ๆ และนอกจากแฟชั่นและน้ำหอมแล้ว หากใครมาที่ปารีสล่ะก็ต้องไม่พลาดมาถ่ายรูปคู่งานสถาปัตยกรรมสุดเจ๋งชิ้นนี้ ที่ไม่ว่าใครต่อใคร ที่มาต้องมาเช็คอินแล้วถ่ายคู่กันเสมอ เปรียบเหมือนแลนด์มาร์คที่ใคร ๆ ต้องถ่ายอัฟลงโซเชียลกันหมดแล้ว และวันนี้ แอดมินจะพาไปรู้จักกับงานชิ้นนี้กันให้มากขึ้นค่ะ

ทุกท่านต่างรู้จักสถานที่นี้กันเป็นอย่างดีแล้วเพราะเอาไว้ถ่ายรูปกันชิคๆจิบไวน์ที่โรงแรมที่มองเห็นวิวสวยๆของตึกนี้ แต่มีใครรู้บ้างคะว่าก่อนจะมาเป็นแหล่งเช็คอิน ตึกแห่งนี้เคยเป็นซุ้มทางผ่านมาก่อนใช่ค่ะอ่านไม่ผิดในช่วงที่ก่อสร้างนั้นเอาไว้ใช้เพื่อเป็นซุ้มทางผ่านสำหรับเข้างานแสดงสินค้าโลก ในปี ค.ศ.1889(Exposition universelle de Paris de 1889)เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 100ปีที่ได้มีการปฏิวัติฝรั่งเศส จนได้กลายเป็นสิ่งก่อสร้างเชิงสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศส ที่ใครต่อใครใคร่ได้มาเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิต ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างโดย อเล็กซองดร์ กุสตาฟ ไอเฟล รับบทสถาปนิกและวิศวกรคนเดียวไปเลยสิคะซึ่งผู้ออกแบบคนนี้ก็เป็นคนในพื้นที่คือเป็นคนฝรั่งเศสนั่นเองซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบพวกโครงสร้างเหล็กเป็นทุนเดิมอยู่แล้วได้ออกแบบกับเหล็กเพราะเป้นช่วงที่อุตสาหกรรมเหล็กกำลังเป็นที่รู้จักและเป็นที่ต้องการของตลาดโลก

ชื่อของสิ่งก่อสร้างนี้ก็ตั้งตามชื่อนักออกแบบเลยค่ะ ซึ่งก็กินเวลาในการก่อสร้างนาน 2 ปี 2 เดือน 5 วัน โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ ปีค.ศ. 1887 เสร็จสิ้นในปี ค.ศ.1889  และด้วยความที่ใช้เหล็กทำทั้งตึกมีเหล็กมากด้วยกันถึง 18,038 ชิ้น และหมุดอีก 2.5 ล้านตัว ยิ่งตอกย้ำแห่งโลกอุตสาหกรรมเหล็กที่ประเทศตนเองเป็นผู้นำในสมัยนั้น และอย่างที่แอดมินบอกไปข้างต้นว่าเป็นช่วงคาบเกี่ยวของศิลปะพอดิบพอดี ซึ่งช่วงนั้นยังนิยมงานศิลปะแบบงานจิตรกรรมมากกว่า ทำให้ศิลปินหลายต่อหลายคนออกมาต่อต้านว่างานชิ้นนี้มันช่างไร้รสนิยมของความเป็นเมืองแห่งผู้นำแฟชั่นเสียจริง มีแต่ความแข็งกระด้างไม่นุ่มนวล ก็แน่ล่ะสิ เหล็กจะเอาอะไรมานุ่มนวลล่ะ และถ้าหากความเป็นจริงแล้วตามข้อตกลง สิ่งก่อสร้างนี้จะอยู่แค่ 20 ปี เท่านั้น หากความสูงของตัวหอที่ใช้ประโยชน์เป็นที่ส่งสัญญาณสื่อสารได้ ทำให้รอดพ้นจากการรื้อถอน และในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพนาซีได้ยึดฝรั่งเศส และฮิตเลอร์ก็ได้สั่งให้ทำลายเมืองปารีสสิ่งก่อสร้างนี้ แต่นายทหารที่รับผิดชอบ ณ เวลานั้นไม่ได้ปฏิบัติตาม  ทำให้ส่งก่อสร้างนี้ยังอยู่และยังเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกในเชิงสัญลักษณ์ของที่นี่ไปแล้วโดยปริยาย

หอไอเฟล
หอไอเฟล

หอไอเฟล การเข้าชมหอที่ต้องรู้ก่อนไปเที่ยว

หากทุกท่านต้องการถ่ายรูปด้านล่างนั้น สามารถเดินทางได้ตลอดค่ะ ส่วนถ้าหากสนใจขึ้นไปด้านบนเพื่อถ่ายรูปหรือดื่มด่ำชมบรรยากาศหรือชมวิวรอบเมืองปารีสล่ะก็มีเปิดให้บริการช่วงมิถุนายนถุงสิ้นเดือนกันยายนค่ะ ซึ่งวันเวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้เนื่องจากสถานการรืโควิด เพราะฉะนั้นหากจะไปเที่ยวด้านบน แนะนำเช็คกับทางสถานที่อีกรอบเพื่อความถูกต้องค่ะ โดยที่นี่แบ่งออกเป็นสามชั้น สามารถเดินชมหรือใช้บริการลิฟต์ก็ได้เช่นกันค่ะ ซึ่งราคาจะต่างกันออกไป

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ น่าสนใจกันมั้ยคะ กับตัวสิ่งก่อสร้างชิ้นนี้ ที่มีความแข็งแรงมาก ๆ และประชากรของเขาก็มีความสามรถในการดูและรักษาให้ยังคงอยู่แบบแข็งแรงไม่มีอุบัติเหตุแบบนี้ค่ะ ถือว่าเป็นการสร้างที่ไม่มีความจำเป็นในอดีต แต่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เมืองได้ในอนาคตได้อย่างดีเยี่ยมมาก ๆ ค่ะ หากใครไปเที่ยวก็ต้องดูแลรักษาสุขภาพและอย่าใช้ของแบรนด์เยอะมากเกินไปนะคะ เพราะปารีสโจรเยอะมาก ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพกันนะคะ

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ พระพุทธชินราช ประติมากรรมในไทยที่โด่งดังมาก

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

เครดิต warnadunia.net

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o