ตึกแฝดมาเลเซีย สถาปัตยกรรมที่โด่งดังในอาเซียน

ตึกแฝดมาเลเซีย ประวัติของตึกที่น่าสนใจ ถ้าหากพูดถึงตึกที่สูงเป็นอันดับต้นๆของอาเซียน คงไม่มีใครไม่นึกถึงตึกนี้ กับตึกแฝดปิโตรนาส ในประเทศมาเลเซียค่ะ ที่มีความสูงถึง 451.9 เมตร มีด้วยกันทั้งหมดถึง 88 ชั้น มีความโดดเด่นทั้งความสูงและความสวยงาม และอยู่ในที่ตั้งที่ถ่ายรูปได้สวยงามทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน และที่สำคัญที่ตั้งได้อยู่ในใจกลางของกรุงกัวลาลัมเปอร์ ที่เป็นเมืองหลวงของประเทศนั่นเองค่ะ ทำให้มีผู้เดินทางมายังตึกนี้ เยอะแยะมากมาย หลากหลายชาติเลยทีเดียว เรียกว่าเป็นแลนด์มาร์คของที่นี่อีกที่นึง ที่แอดมินไม่อยากให้คุณพลาด ตึกที่ติดอันดับโลกนั้น แน่นอนว่าการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงนี้นั้น คงต้องกล่าวตั้งแต่ผู้ออกแบบ นั่นก็คือ Cesar Pelli สถาปนิกชื่อดังที่ได้ออกแบบร่วมกับ Deejay Cerio, J.C. Guinto และ Dominic Saibo ที่ได้รับให้ออกแบบโดย Tun Mahathir Mohamad ที่ได้มีโปรเจกต์ต้องการให้ประเทศเป็นที่รู้จักของต่างชาติในด้านของความเจริญทั่วทั้งสายตาชาวโลก และได้ออกแบบแผนในช่วงปี ค.ศ. 1992 และเริ่มก่อสร้างขึ้นในะปีค.ศ. 1993 โดยการขัดเจาะเสาเข็มนั้นมีความลึกถึง 30 เมตร ! ถือเป็นการเทคอนกรีตที่มีขนาดใหญ่และสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศด้วยนะคะ…

พระพุทธชินราช ประติมากรรมในไทยที่โด่งดังมาก

พระพุทธชินราช ประวัติความเป็นมาของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ประเทศไทย นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ และในหน้าที่ของพุทธศาสนิกชนนั้นคือการเข้าวัด ทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรมและด้วยความที่เข้าวัดเพื่อกราบไหว้สักการะเป็นประจำทำให้เห็นถึงความงดงามของงานประติมากรรมแต่ละวัดที่ได้ไปกราบไหว้ซึ่งในแต่ละวัด แต่ละภูมิภาคก็มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไปและในจังหวัดพิษณุโลกนี้ ที่ใคร ๆต่างรู้จักวัดแห่งนี้ที่เป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง ของจังหวัดพิษณุโลกเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือที่เรียกกันว่า วัดใหญ่นั่นเองค่ะ ซึ่งวันนี้ แอดมินมีข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวัดมาให้ทุก ๆ คนได้ศึกษากันด้วยค่ะ   ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1900ในรัชกาลพระมหาธรรมราชาที่ 1(พญาลิไท)เป็นวัดหลวงตั้งแต่รัชกาลที่ 6 เมื่อ พ.ศ.2458 ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านทางฝั่งตะวันออก เป็นวัดที่ประดิษฐานของพระศรีศาสดา พระพุทธชินสีห์ และพระพุทธชินราชอันเลื่องชื่อที่ประดิษฐานเป็นพระประธานองค์ใหญ่ ชาวบ้านทั่วไปจะขานนามว่า“หลวงพ่อใหญ่”เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยมีขนาดหน้าตักกว้าง 5ศอก 1คืบ 5นิ้ว (2.875 เมตร) สูง 7ศอก(3.5เมตร)หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ขัดเงาเกลี้ยงตั้งประดิษฐานอยู่ ณ พระวิหารทางทิศตะวันตกของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารองค์พระนั่งขัดสมาธิอยู่บนฐานชุกชีบัวคว่ำบัวหงาย พระพักตร์หันไปทางทิศตะวันตก(ด้านริมน้ำน่าน)พระเกศ(ผม)มีลักษณะยาวเป็นเปลวเพลิงวงพระพักตร์(ใบหน้า)ค่อนข้างกลมไม่ยาวรีเหมือนผลมะตูมดังเช่นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยองค์อื่นๆ พระขนง (คิ้ว)โก่งเส้นรอบนอกพระวรกายอ่อนช้อยมีสังฆาฏิ(ผ้าคลุมกันหนาวที่ใช้ทาบบนจีวร) ยาว ปลายหยักเป็นเขี้ยวตะขาบ นิ้วพระหัตถ์(นิ้วมือ)ทั้งสี่ยาวเสมอกัน ฝ่าพระบาท(ฝ่าเท้า)แบนราบและค่อนข้างแคบ เมื่อเทียบกับพระพุทธรูปองค์อื่นในยุคสุโขทัย ส้นพระบาท…

กีตาร์ เครื่องดนตรีที่สร้างเสียงเพลงมานักต่อนัก

กีตาร์ ความเป็นมาที่แสนยาวนานที่น่าสนใจที่ต้องศึกษา ปฏิเสธไม่เลยว่ามีมาอย่างยาวนาน และเป็นเสียงที่เราได้ยินกับตั้งแต่เด็ก อาจจะเรียกได้ว่าอันดับต้น ๆ ของการกำเนิดเครื่องดนตรีที่ผลิตโดยฝีมือมนุษย์เลยก็ว่าได้ และที่สำคัญเป็นเครื่องดนตรี ที่คนรู้จักกันทั่วทุกมุมโลก และยังเป็นเครื่องดนตรีที่เราใช้ฝึกกันในโรงเรียนอีกด้วย มาอ่านประวัติของดนตรีชนิดนี้กันค่ะ ว่าใครคืออัจฉริยะที่สร้างมันขึ้นมากันนะ หากจะย้อนว่าใครเป็นผู้คิดค้นตั้งแต่แรกเริ่มเดิมทีนั้น อาจไม่ชัดเจน แต่เริ่มเป็นที่นิยมในแถบเปอร์เซียและตะวันออกกลางหลายประเทศ และต่อมาได้เผยแพร่ไปยังกรุงโรมโดยชาวโรมันหรือชาวมัวร์ ซึ่งการเผยแพร้นั้นได้สอดคล้องกับการเผยแพร่ศาสนาที่ต้องมีตัวกลางในการสื่อสารนั่นก็คือบทเพลง ที่มีคนร้องและต้องมีเสียงประกอบที่พกพาไปได้ทุกที่ จากนั้นก็เริ่มได้รับความนิยมในสเปน ในอดีตยุโรปนั้นกีตาร์มักเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูง และมีเชื้อพระวงศ์หลายพระองค์ที่ให้ความสนใจและศึกษาอย่างเช่น Queen Elizabeth I ซึ่งโปรดกับ Lute l ซึ่งถือว่าเป็นต้นแบบก็ว่าได้ แต่แท้จริงแล้ว การพัฒนาที่แท้จริงนั้นได้เกิดจากการที่นักดนตรีได้นำมันไปแสดงหรือเล่นร่วมกับวงดนตรีของประชาชนทั่ว ๆ ไปทำให้มีการเผยแพร่ไปยังระดับประชาชนจนได้มีการนำไปผสมผสานเข้ากับเพลงพื้นบ้านทั่ว ๆ ไปและเกิดแนวดนตรีในแบบต่าง ๆ มากขึ้น และอาจมีการแสดงต่อหน้าเชื้อพระวงศ์จนทำให้มีคนชนชั้นสูงสนใจและเป็นจุดที่คนรู้จักมากกว่า เพราะแสงมากกว่าคนธรรมดานั่นเอง o o o o o o o o o o o o…

ความสุขของกะทิ นิยายที่ทำให้คุณเพิ่มพลังบวกในการใช้ชีวิตมากขึ้น

ความสุขของกะทิ นิยายวรรณกรรมที่ได้รับรางวัลซีไรซ์ สวัสดีค่ะทุกท่าน ช่วงใกล้หยุดยาวนี้ มีแพลนจะไปพักผ่อนที่ไหนกันบ้างคะ วันนี้แอดมินมีวรรณกรรมดีๆ ที่จะฮีลใจของเรามาแนะนำค่ะ ทุกคนคงเคยได้ยิน และรู้จักหนังสือเล่มนี้เพราะโด่งดังและได้รับรางวัลซีไรซ์ ในด้านวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนในปีพุทธศักราช 2549ซึ่งเป็นผลงานของคุณงามพรรณเวชชาชีวะเป็นที่รู้กันดีนะคะว่ารางวัลนี้ต้องเป็นนักเขียนที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกจากตัวละครในหนังสืออกมาได้ดีมาก ๆ และได้รับผลตอบรับดีมากๆค่ะตีพิมพ์ถึง ครั้ง และในปีพุทธศักราช 2552 ยังนำไปถูกสร้างเป็นภาพยนตร์เอาใจสายหนังสือและคนทั่วไปกระชับตัดตอนให้เหลือแต่ตอนที่สำคัญๆ เข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น แต่ไม่มีขาดตกบกพร่องเลยค่ะและแน่นอนเช่นกันว่าได้ผลตอบรับที่ดี เป็นไปตามที่คาดหวังเลยค่ะ ซึ่งในชื่อเรื่องนั้นก็เป็นชื่อเดียวกับหนังสืออีกด้วยค่ะ o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o…

หอเอน เมืองปิซา สถาปัตยกรรมท้าท้ายกฏฟิสิกส์

หอเอน เมืองปิซา เหตุใดหอจึงไม่ล้ม ในโลกใบใหญ่ใบนี้นั้นแน่นอนว่าย่อมมีเรื่องราวสิ่งของที่ดำเนินไปโดยปกติ แต่ว่าในบางมุมบางสถานที่ก็มีสิ่งแปลกๆเกิดขึ้น แต่สิ่งที่แปลกนั้นบางครั้งก็ไม่ได้ทำให้เกิดสิ่งไม่ดีขึ้นมา บางครั้งความแปลกและแตกต่างก็ทำให้เกิดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นมา โดยวันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จึกกับหนึ่งในสิ่งที่แตกต่างเหล่านั้น อย่างหอคอยที่ตั้งท้าทายกฏฟิสิกส์ของโลกใบนี้ หอที่มีรูปร่างอันแปลกประหลาดประจำประเทศอิตาลี หอเอนนี้นั้นตั้งอยู่ในเมืองปิซา ประเทศอิตาลี เป็นสถานที่สำคัญอย่างหอระฆังของศาสนาคริสต์ มีลักษณะเป็นหอคอยทรงกระบอกที่สร้างจากหินอ่อนสีขาว ภาพลักษณ์ที่โดดเด่นมีเอกลักษณ์ของหอคอยนี้อยู่ที่การเอนตัวของตัวหอคอยที่แม้จะเอนจนเหมือนจะล้มลงมาแต่ก็ไม่ได้ล้มลมเกิดเป็นความแปลกตาที่สมบูรณ์แบบขึ้นมา จนได้กลายเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก โดยหอคอยแห่งนี้เริ่มสร้างในปี ค.ศ. 1173 แล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ ในปี ค.ศ.1350 ใช้เวลาในการสร้างไปเกือบ 200 ปี โดยในระหว่างสร้างดินด้านใต้นั้นเกิดมีการยุบตัว จึงทำให้หอนั้นเอนเอียงและได้มีการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญว่าทุกๆ 20 ปี หอนี้จะเอนเพิ่มขึ้น 1 นิ้ว และมีการคาดการณ์ว่ามันจะถล่มลงในราวๆปี ค.ศ. 2200 หากไม่มีการบำรุงหรือป้องกัน o o o o o o o o o o o o o o…

โมนาลิซ่า หญิงงามอันลึกลับจากมือของดาวินชีที่ได้เห็นแล้วขนลุก

โมนาลิซ่า ประวัติของภาพวาดที่น่าสนใจมาก หากจะพูดถึงภาพวาดอันโด่งดังล่ะก็ ภาพนี้นั้นย่อมต้องกล่าวถึงภาพนี้่เพราะว่าเป็น ภาพวาดผู้หญิงที่สามารถเอ่ยว่า โด่งดัง และเป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลกก็ว่าได้ไม่ว่าจะเป็น ความงามของภาพทักษะที่ใช้ในการวาด ภาพความลึกลับที่ไม่สามารถตีความหมายของ ภาพได้อย่างชัดเจน จนถึงปัจจุบันภาพนี้ก็ยังมีการถกเถียงกันในเรื่องการตีความหมายของภาพ ที่สามารถสื่อไปได้ในหลากหลายแบบ ภาพวาดนี้นั้นเป็นผลงานที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1506 ส่วนระยะเวลาที่ใช้วาดนั้นไม่แน่ชัดนักบ้างก็ว่าสี่ปีบ้างก็ว่าใช้เวลาถึงสิบปี โดยภาพนี้นั้น หญิงที่เป็นแบบให้กับ ดาวินชีมีนามว่า ลิซ่า เดลจิโอคอนโดเป็นชนชั้นสูงชาวอิตาเลียน ที่สามีของเธอมาจ้างให้ดาวินชีวาดภาพให้ แต่จากการคาดเดาจากนักวิเคราะห์นั้นคาดว่า รูปภาพน่าจะเป็นรูปภาพที่ยังวาดไม่เสร็จ เนื่องจากช่วงเวลานั้นดาวินชีได้มีปัญหามือขวาเป็นอัมพาต ต่อมาภาพนี้ก็อยู่ในมือของพระเจ้าฟรานซิสที่ 1 แห่งฝรั่งเศส จนมาถึงปัจจุบันภาพนี้อยู่ใน พิพิธภัณฑ์ Louvre ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส o o o o o o o o o o o o o o o o…