จิตรกรรมฝาผนัง The Last Supper

ประวัติความเป็นมาของภาพ The Last Supper จิตรกรรมฝาผนัง The Last Supper สวัสดีค่ะ มีใครชื่นชอบงานภาพสไตล์เรเนซองค์ กันไหมคะ วันนี้แอดมินจะพาทุกท่านไปรับชมจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามมาก ๆ อีกภาพหนึ่งในยุคท้ายเรเนซองค์ และเป็นผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ศิลปินท่านนี้กันค่ะ ซึ่งเป็นภาพวาดของ เลโอนาร์โด ดา วินชี ศิลปินแห่งยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการตอนสูง ที่สร้างสรรค์ผลงานดยุกลูโดวีโก สฟอร์ซา ซึ่งเป็นผู้อุปถัมภ์ของเขา โดยดาวินชีได้วาดภาพนี้ขึ้นตามเรื่องราวในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล ที่มีชื่อไทยว่า อาหารมื้อสุดท้าย ซึ่งเป็นภาพของพระเยซูและสาวกทั้ง 13 ที่กำลังร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน ก่อนที่วันรุ่งขึ้น พระเยซูจะถูกตรึงไม้กางเขน เพื่อไถบ้านให้แก่ผู้คน ซึ่งอยู่ในพระคัมภัร์ยอห์นที่ 13 โดยภาพนี้เขาใช้เวลาวาดภาพอาหารมื้อสุดท้ายนี้ยาวนานถึง 4 ปี และถูกวาดบนผนังห้องอาหารในคฤหาสน์ของท่านดยุก นับว่าเป็นภาพวาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเขาที่ยังคงสภาพให้มองเห็นได้ในปัจจุบัน และยังเป็นหนึ่งในผลงานจิตรกรรมสำคัญที่เป็นที่รู้จักทั่วโลกที่นักท่องเที่ยวหากใครได้ไปเมืองนี้ ก็จะต้องไปชื่นชมความงดงามและความอัจฉริยะของดาวินชี ในเทคนิคการวาดให้สวยงาม o o o o o o o o…

แนะนำวรรณกรรมเรื่อง หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว

หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว เรื่องนี้บอกเล่าอะไรบ้าง สวัสดีค่ะ วันนี้แอดมินมีวรรณกรรมที่เรียกได้ว่านักอ่านหลาย ๆ คน ต้องอยากทำเป้าว่าต้องอ่านเล่มนี้ให้จบให้ได้ เพราะมีนักอ่านหลายคนที่ต่างก็มารีวิวกันว่า เป็นอีกเล่มที่ควรอ่านมาก ๆ วันนี้แอดมินก็เลยมีเนื้อเรื่องเล็ก ๆ มาให้ทุกท่านลองอ่านกันดู และเมื่อแอดมินอ่านจบแล้ว ก็อยากบอกต่อเพราะมันดีมาก ๆ เลยค่ะ ซึ่งเล่มนี้เขียนโดยกาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ ที่แปลจากภาษาสเปนโดย คุณชนฤดี ปลื้มปวารณ์ จากสำนักพิมพ์บทจร ที่หน้าปกได้เกริ่นไว้ว่าด้วยประวัติศาสตร์ครอบครัวบวนเดียกับเมืองสมมติ มาก็อนโด ที่รุ่งโรจน์สู่ความเสื่อมโทรม พร้อมด้วยเรื่องราวของสงครามกลางเมือง ความเหลื่อมพร่าของความจริง-ความลวง อดีต-ปัจจุบัน ซึ่งภายในนั้นจะได้บอกเล่าทำให้เราอ่านได้เรื่อย ๆ เพลิน ๆ ทำให้ไม่ตึงมากเกินไป และทำให้เราได้เห็นอีกมุมมองที่เราไม่เคยได้สัมผัสมัน ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องของชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่แต่งงานกับลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งในตำนานถ้าพี่น้องแต่งงานกันเอง จะออกลูกมีหางหมู ทำให้ฝ่ายหญิงปกป้องตัวเองไม่มีเซ็กส์เพราะกลัวลูกมีรูปร่างประหลาด จนฝ่ายชายถูกเพื่อนล้อว่าไม่มีน้ำยา จนเขาได้เผลอฆ่าเพื่อนออกไปจนวิญญาณของเพื่อนได้ตามหลอกหลอน จนคู่สามีภรรยา ต้องยายออกจากเมืองไป และก็ได้คลอดลูก และสร้างเมืองกัน ทำให้เกิดเรื่องราวมากขึ้น ทั้งสังคม เศรษฐกิจ…

วัดพระธาตุลำปางหลวง สถาปัตยกรรมล้านนาที่ยังหลงเหลืออยู่

วัดพระธาตุลำปางหลวง ประวัติความเป็นมา หากนึกถึงจังหวัดลำปาง แน่นอนว่าก็ต้องนึกถึงวัดคู่บ้านคู่เมืองลำปางมาแต่โบราณ ตั้งแต่สมัยพระนางจามเทวี ที่ยังคงเป้นวัดตามฉบับขแงชาวล้านนาที่แปลนตรงกับตำรา ที่ยังคงมีให้เห็น และวัดแห่งนี้ยังเป็นพระธาตุประจำปีฉลูอีกด้วย ซึ่งวัดแห่งนี้ ได้มีมาตั้งแต่สมัยพระนางจามเทวี ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 20 เป็นวัดที่ยังมีอาคารไม้ที่ถือได้ว่าสมบูรณ์อีกที่หนึ่งของประเทศไทย ที่ยังมีให้พบเห็นกัน และเริ่มสร้างในปีฉลูและเสร็จสิ้นในปีฉลูเช่นเดียวกัน ในส่วนขององค์พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดที่มีฐานเป็นบัวลูกแก้ว ส่วนองค์เป็นทรงกลมแบบล้านนา ภายนอกบุด้วยทองจังโกยอดฉัตรทำด้วยทองคำมีลายสลักดุนเป็นลวดลายประจำยามแบบต่าง ๆ ซึ่งลักษณะเจดีย์แบบนี้ได้ส่งอิทธิพลต่อพระธาตุหริภุญไชยและพระบรมธาตุจอมทอง ซึ่งเป็นไปตามแบบฉบับของล้านนาเลยจริง ๆ แบบดั้งเดิมค่ะ ซึ่งใน ปัจจุบันนี้ ไม่ได้มีให้เห็นมากนัก โดยภายในองค์พระเจดีย์บรรจุพระเกศาและพระอัฐิธาตุจากพระนลาฎข้างขวาพระศอด้านหน้าและด้านหลัง ที่รั้วทองเหลืองรอบองค์พระธาตุมีรูกระสุนปืนที่หนานทิพย์ช้างยิงท้าวมหายศปรากฏอยู่ พระแก้วดอนเต้าหรือพระแก้วมรกต อันเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดลำปางอีกด้วย วัดแห่งนี้มีวิหารขนาดใหญ่สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2019 โดยเจ้าหมื่นคำเป๊ก ภายในมีซุ้มปราสาททองอันเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าล้านทอง ที่ไม่ได้ปรากฏที่มาการสร้างแต่ประมาณการว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 700 ปี เดิมเป็นวิหารเปิดโล่ง หน้าบันเป็นลายดอกไม้ติดกระจกสี ภายในประดิษฐานพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ อาคารก่ออิฐถือปูนพุทธศิลป์แบบศิลปะเชียงแสน และที่สำคัญยังปรากฏเงาพระธาตุภายในวิหารอีกด้วย วิหารน้ำแต้ม โดยวิหารแห่งนี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าวิหารภาพเขียนสี ที่ได้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2044 เป็นวิหารเปิดโล่งที่เก่าแก่ที่สุดหลังหนึ่งในภาคเหนือ และยังเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต…

แนะนำหนังสือ ATOMIC HABITS

ATOMIC HABITS เป้าหมายของผู้เขียน          หากใครกำลังมองหาหนังสือ ที่กำลัง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตนเอง ที่ใครต่อใครก็ทำลิสต์ การปรับปรุงตัวเองให้ได้ดีขึ้นนั้น และตั้งเป้าหมายตนเอง แต่การที่เรามีเป้าหมายนั้น มันคงจะไม่สำเร็จได้ ถ้าเราไม่เกิดการพยายาม ที่จะทำมัน และหนังสือเล่มนี้ก็เป็น การอ่านเพื่อปรับนิสัยเล็ก ๆ น้อย ๆ จนทำให้เกิดเป็นนิสัย ที่ติดตัวเราไปจนตายค่ะ โดยในเนื้อหา จะสื่อ และมีความใบ้ทริคให้แต่ละทริค ว่าควรทำอย่างไร และไม่ต้องให้ตนเอง อยู่ในวงจรเดิม ๆ อีกต่อไป โดยในเนื้อหานี้ จะมีตั้งแต่ เริ่มต้น การเริ่มต้นหาว่ามีวิธีการอย่างไรที่จะเริ่มทำสิ่ง ๆ นั้นให้สำเร็จ อย่างในเนื้อหาเล่มนี้ ที่เขาได้ยกตัวอย่างการลดน้ำหนักของเขา โดยเริ่มค่อย ๆ เปลี่ยนกิจวัตรประจำวัน ค่อย ๆ ทำตามพฤติกรรมตนเอง ทีละ 1% ทีแม้บางคน จะคิดว่า 1% มันจะเล็กน้อย แต่ถ้าหากเราทำซ้ำ ๆ…

วอลเดน วรรณกรรมที่สอนให้รู้จักชีวิต

วอลเดน กว่าจะมาเป็นวรรณกรรมนี้ต้องผ่านอะไรมาบ้าง เป็นหนึ่งในงานเขียนของ เฮนรี่ เดวิด ธอโร หนังสือเล่มสำคัญที่มีอิทธิพลกับความคิดของ มหาตมะ คานธี, จอห์น เอฟ เคนเนดี, มาร์ติน ลูเทอร์คิง, ลีโอ ตอลสตอย, เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์และเป็นหนังสือที่ไม่ได้เป็นเพียงหนังสือโปรดของใครต่อหลายๆคน แต่ยังเป็นหนังสือที่เปลี่ยนมุมมองชีวิตของเราไปตลอดกาล ที่มีพลังที่เป็นแรงบันดาลใจให้ความคิดของผู้อ่านหลายต่อหลายคน และเปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตของคนความรู้สึกที่อยู่ลึกๆภายในจิตใจของผู้อ่านให้ปลดล็อคมันออกมาค่ะ เฮนรี่ เดวิด ธอโร เป็นนักเขียนและนักวิทยาศาสตร์ธรรมชาติชาวอเมริกัน หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เขาเดินทางกลับบ้านเกิด เพื่อทดลองกลับไปใช้ชีวิตแบบสมถะเรียบง่าย ในกระท่อมไม้ซุงสร้างเองริมบึงวอลเดนอันเป็นที่มาของงานเขียนชิ้นนี้ ด้วยพื้นฐานความคิดว่า “มนุษย์ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตแห่งความสิ้นหวังอย่างเงียบงัน” เขาจึงมุ่งหวังว่าความสงบ ความสันโดษ ธรรมชาติที่บริสุทธิ์สะอาดริมบึงวอลเดน จะช่วยให้เขาเข้าใจความหมายของชีวิตได้อย่างถ่องแท้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ดังที่เขาได้บันทึกไว้ทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้ โดยผู้เขียน ได้เริ่มเขียนตั้งแต่ในช่วง ปี 1845 ที่ชื่อหนังสือนั้น คือชื่อของบึงที่มีความเป็นธรรมชาติ สะอาดและบริสุทธิ์ตามที่กล่าวมาข้างต้นเลยค่ะ วอลเดน รีวิวหลังได้อ่านจบ จากที่แอดมินได้อ่านนั้นพอได้นึกภาพตามที่ผู้เขียนได้เล่าทำให้แอดมินอยากทราบความคิดความรู้สึกของเขา ณ ตรงนั้นมากขึ้น และพออ่านมันทำให้แอดมินอยากลองไปค้นหาความจริงที่ป่า แบบไปอาศัยอยู่ในนั้น…

หอไอเฟล งานสถาปัตยกรรมโครงเหล็ก ที่ใคร ๆ ก็อยากไป

หอไอเฟล ประวัติความเป็นมาที่คาบเกี่ยวช่วงเปลี่ยนผ่านของศิลปะ ปารีส นอกจากจะขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองน้ำหอมแล้ว ยังขึ้นชื่อถึงเรื่องแฟชั่นที่ล้ำหน้า เรียกได้ว่า หากมาที่นี่ คุณจะได้สัมผัส และเจอผู้คนแต่งตัวไม่ซ้ำใคร เป็นตัวของตัวเองกันสุด ๆ และนอกจากแฟชั่นและน้ำหอมแล้ว หากใครมาที่ปารีสล่ะก็ต้องไม่พลาดมาถ่ายรูปคู่งานสถาปัตยกรรมสุดเจ๋งชิ้นนี้ ที่ไม่ว่าใครต่อใคร ที่มาต้องมาเช็คอินแล้วถ่ายคู่กันเสมอ เปรียบเหมือนแลนด์มาร์คที่ใคร ๆ ต้องถ่ายอัฟลงโซเชียลกันหมดแล้ว และวันนี้ แอดมินจะพาไปรู้จักกับงานชิ้นนี้กันให้มากขึ้นค่ะ ทุกท่านต่างรู้จักสถานที่นี้กันเป็นอย่างดีแล้วเพราะเอาไว้ถ่ายรูปกันชิคๆจิบไวน์ที่โรงแรมที่มองเห็นวิวสวยๆของตึกนี้ แต่มีใครรู้บ้างคะว่าก่อนจะมาเป็นแหล่งเช็คอิน ตึกแห่งนี้เคยเป็นซุ้มทางผ่านมาก่อนใช่ค่ะอ่านไม่ผิดในช่วงที่ก่อสร้างนั้นเอาไว้ใช้เพื่อเป็นซุ้มทางผ่านสำหรับเข้างานแสดงสินค้าโลก ในปี ค.ศ.1889(Exposition universelle de Paris de 1889)เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 100ปีที่ได้มีการปฏิวัติฝรั่งเศส จนได้กลายเป็นสิ่งก่อสร้างเชิงสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศส ที่ใครต่อใครใคร่ได้มาเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิต ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างโดย อเล็กซองดร์ กุสตาฟ ไอเฟล รับบทสถาปนิกและวิศวกรคนเดียวไปเลยสิคะซึ่งผู้ออกแบบคนนี้ก็เป็นคนในพื้นที่คือเป็นคนฝรั่งเศสนั่นเองซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบพวกโครงสร้างเหล็กเป็นทุนเดิมอยู่แล้วได้ออกแบบกับเหล็กเพราะเป้นช่วงที่อุตสาหกรรมเหล็กกำลังเป็นที่รู้จักและเป็นที่ต้องการของตลาดโลก ชื่อของสิ่งก่อสร้างนี้ก็ตั้งตามชื่อนักออกแบบเลยค่ะ ซึ่งก็กินเวลาในการก่อสร้างนาน 2 ปี 2 เดือน 5 วัน โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ ปีค.ศ. 1887 เสร็จสิ้นในปี…

ตึกแฝดมาเลเซีย สถาปัตยกรรมที่โด่งดังในอาเซียน

ตึกแฝดมาเลเซีย ประวัติของตึกที่น่าสนใจ ถ้าหากพูดถึงตึกที่สูงเป็นอันดับต้นๆของอาเซียน คงไม่มีใครไม่นึกถึงตึกนี้ กับตึกแฝดปิโตรนาส ในประเทศมาเลเซียค่ะ ที่มีความสูงถึง 451.9 เมตร มีด้วยกันทั้งหมดถึง 88 ชั้น มีความโดดเด่นทั้งความสูงและความสวยงาม และอยู่ในที่ตั้งที่ถ่ายรูปได้สวยงามทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน และที่สำคัญที่ตั้งได้อยู่ในใจกลางของกรุงกัวลาลัมเปอร์ ที่เป็นเมืองหลวงของประเทศนั่นเองค่ะ ทำให้มีผู้เดินทางมายังตึกนี้ เยอะแยะมากมาย หลากหลายชาติเลยทีเดียว เรียกว่าเป็นแลนด์มาร์คของที่นี่อีกที่นึง ที่แอดมินไม่อยากให้คุณพลาด ตึกที่ติดอันดับโลกนั้น แน่นอนว่าการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงนี้นั้น คงต้องกล่าวตั้งแต่ผู้ออกแบบ นั่นก็คือ Cesar Pelli สถาปนิกชื่อดังที่ได้ออกแบบร่วมกับ Deejay Cerio, J.C. Guinto และ Dominic Saibo ที่ได้รับให้ออกแบบโดย Tun Mahathir Mohamad ที่ได้มีโปรเจกต์ต้องการให้ประเทศเป็นที่รู้จักของต่างชาติในด้านของความเจริญทั่วทั้งสายตาชาวโลก และได้ออกแบบแผนในช่วงปี ค.ศ. 1992 และเริ่มก่อสร้างขึ้นในะปีค.ศ. 1993 โดยการขัดเจาะเสาเข็มนั้นมีความลึกถึง 30 เมตร ! ถือเป็นการเทคอนกรีตที่มีขนาดใหญ่และสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศด้วยนะคะ…

พระพุทธชินราช ประติมากรรมในไทยที่โด่งดังมาก

พระพุทธชินราช ประวัติความเป็นมาของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร ประเทศไทย นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ และในหน้าที่ของพุทธศาสนิกชนนั้นคือการเข้าวัด ทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรมและด้วยความที่เข้าวัดเพื่อกราบไหว้สักการะเป็นประจำทำให้เห็นถึงความงดงามของงานประติมากรรมแต่ละวัดที่ได้ไปกราบไหว้ซึ่งในแต่ละวัด แต่ละภูมิภาคก็มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไปและในจังหวัดพิษณุโลกนี้ ที่ใคร ๆต่างรู้จักวัดแห่งนี้ที่เป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง ของจังหวัดพิษณุโลกเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือที่เรียกกันว่า วัดใหญ่นั่นเองค่ะ ซึ่งวันนี้ แอดมินมีข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวัดมาให้ทุก ๆ คนได้ศึกษากันด้วยค่ะ ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1900ในรัชกาลพระมหาธรรมราชาที่ 1(พญาลิไท)เป็นวัดหลวงตั้งแต่รัชกาลที่ 6 เมื่อ พ.ศ.2458 ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านทางฝั่งตะวันออก เป็นวัดที่ประดิษฐานของพระศรีศาสดา พระพุทธชินสีห์ และพระพุทธชินราชอันเลื่องชื่อที่ประดิษฐานเป็นพระประธานองค์ใหญ่ ชาวบ้านทั่วไปจะขานนามว่า“หลวงพ่อใหญ่”เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยมีขนาดหน้าตักกว้าง 5ศอก 1คืบ 5นิ้ว (2.875 เมตร) สูง 7ศอก(3.5เมตร)หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ขัดเงาเกลี้ยงตั้งประดิษฐานอยู่ ณ พระวิหารทางทิศตะวันตกของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหารองค์พระนั่งขัดสมาธิอยู่บนฐานชุกชีบัวคว่ำบัวหงาย พระพักตร์หันไปทางทิศตะวันตก(ด้านริมน้ำน่าน)พระเกศ(ผม)มีลักษณะยาวเป็นเปลวเพลิงวงพระพักตร์(ใบหน้า)ค่อนข้างกลมไม่ยาวรีเหมือนผลมะตูมดังเช่นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยองค์อื่นๆ พระขนง (คิ้ว)โก่งเส้นรอบนอกพระวรกายอ่อนช้อยมีสังฆาฏิ(ผ้าคลุมกันหนาวที่ใช้ทาบบนจีวร) ยาว ปลายหยักเป็นเขี้ยวตะขาบ นิ้วพระหัตถ์(นิ้วมือ)ทั้งสี่ยาวเสมอกัน ฝ่าพระบาท(ฝ่าเท้า)แบนราบและค่อนข้างแคบ เมื่อเทียบกับพระพุทธรูปองค์อื่นในยุคสุโขทัย ส้นพระบาท…

กีตาร์ เครื่องดนตรีที่สร้างเสียงเพลงมานักต่อนัก

กีตาร์ ความเป็นมาที่แสนยาวนานที่น่าสนใจที่ต้องศึกษา ปฏิเสธไม่เลยว่ามีมาอย่างยาวนาน และเป็นเสียงที่เราได้ยินกับตั้งแต่เด็ก อาจจะเรียกได้ว่าอันดับต้น ๆ ของการกำเนิดเครื่องดนตรีที่ผลิตโดยฝีมือมนุษย์เลยก็ว่าได้ และที่สำคัญเป็นเครื่องดนตรี ที่คนรู้จักกันทั่วทุกมุมโลก และยังเป็นเครื่องดนตรีที่เราใช้ฝึกกันในโรงเรียนอีกด้วย มาอ่านประวัติของดนตรีชนิดนี้กันค่ะ ว่าใครคืออัจฉริยะที่สร้างมันขึ้นมากันนะ หากจะย้อนว่าใครเป็นผู้คิดค้นตั้งแต่แรกเริ่มเดิมทีนั้น อาจไม่ชัดเจน แต่เริ่มเป็นที่นิยมในแถบเปอร์เซียและตะวันออกกลางหลายประเทศ และต่อมาได้เผยแพร่ไปยังกรุงโรมโดยชาวโรมันหรือชาวมัวร์ ซึ่งการเผยแพร้นั้นได้สอดคล้องกับการเผยแพร่ศาสนาที่ต้องมีตัวกลางในการสื่อสารนั่นก็คือบทเพลง ที่มีคนร้องและต้องมีเสียงประกอบที่พกพาไปได้ทุกที่ จากนั้นก็เริ่มได้รับความนิยมในสเปน ในอดีตยุโรปนั้นกีตาร์มักเป็นที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูง และมีเชื้อพระวงศ์หลายพระองค์ที่ให้ความสนใจและศึกษาอย่างเช่น Queen Elizabeth I ซึ่งโปรดกับ Lute l ซึ่งถือว่าเป็นต้นแบบก็ว่าได้ แต่แท้จริงแล้ว การพัฒนาที่แท้จริงนั้นได้เกิดจากการที่นักดนตรีได้นำมันไปแสดงหรือเล่นร่วมกับวงดนตรีของประชาชนทั่ว ๆ ไปทำให้มีการเผยแพร่ไปยังระดับประชาชนจนได้มีการนำไปผสมผสานเข้ากับเพลงพื้นบ้านทั่ว ๆ ไปและเกิดแนวดนตรีในแบบต่าง ๆ มากขึ้น และอาจมีการแสดงต่อหน้าเชื้อพระวงศ์จนทำให้มีคนชนชั้นสูงสนใจและเป็นจุดที่คนรู้จักมากกว่า เพราะแสงมากกว่าคนธรรมดานั่นเอง o o o o o o o o o o o o…

ความสุขของกะทิ นิยายที่ทำให้คุณเพิ่มพลังบวกในการใช้ชีวิตมากขึ้น

ความสุขของกะทิ นิยายวรรณกรรมที่ได้รับรางวัลซีไรซ์ สวัสดีค่ะทุกท่าน ช่วงใกล้หยุดยาวนี้ มีแพลนจะไปพักผ่อนที่ไหนกันบ้างคะ วันนี้แอดมินมีวรรณกรรมดีๆ ที่จะฮีลใจของเรามาแนะนำค่ะ ทุกคนคงเคยได้ยิน และรู้จักหนังสือเล่มนี้เพราะโด่งดังและได้รับรางวัลซีไรซ์ ในด้านวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนในปีพุทธศักราช 2549ซึ่งเป็นผลงานของคุณงามพรรณเวชชาชีวะเป็นที่รู้กันดีนะคะว่ารางวัลนี้ต้องเป็นนักเขียนที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกจากตัวละครในหนังสืออกมาได้ดีมาก ๆ และได้รับผลตอบรับดีมากๆค่ะตีพิมพ์ถึง ครั้ง และในปีพุทธศักราช 2552 ยังนำไปถูกสร้างเป็นภาพยนตร์เอาใจสายหนังสือและคนทั่วไปกระชับตัดตอนให้เหลือแต่ตอนที่สำคัญๆ เข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น แต่ไม่มีขาดตกบกพร่องเลยค่ะและแน่นอนเช่นกันว่าได้ผลตอบรับที่ดี เป็นไปตามที่คาดหวังเลยค่ะ ซึ่งในชื่อเรื่องนั้นก็เป็นชื่อเดียวกับหนังสืออีกด้วยค่ะ o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o…